ตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ก็แลนดิ้งลงอังกฤษได้โดยสวัสดิภาพแล้วล่ะค่ะ Money mouth
ด้วยความที่ชินแล้วเพราะเรียนผ่านมา ๑ ปี คราวนี้ก็นั่งรถโค้ชสองชั่วโมงครึ่งจากสนามบินฮีธโรว์เข้าเมืองมาเองได้โดยไม่ตื่นเต้นนัก
 
 
ครั้งนี้ก็วาดฝันว่าเช่าบ้านอยู่กับเพื่อนสนิทแล้วคงมีชีวิตในอังกฤษได้ราบรื่นสวยงามน่ารักกุ๊กกิ๊กเสียที ไม่ต้องผจญเมทซกมกที่ไม่ล้างจานหนึ่งเดือน  ทนฟังเสียงเด็กนักเรียนป.ตรี pre-drink และเมาตะโกนยามค่ำคืนหรือมี the ear ฟังเสียงผีบ้านผีเรือนส่งเสียงครางแปลกๆ ตอนตีสามอีกต่อไป  
 
แต่เอาเข้าจริงความจริงก็โหดร้ายเสมอ
 
 
 
 
โหดร้ายแค่ไหน เอาเป็นว่าตอนนี้เรานั่งพิมพ์เอ็นทรี่นี้อยู่ใน Guest House และมาอยู่เป็นวันที่ ๒ ทั้งที่จ่ายค่าบ้านล่วงหน้ามาแล้วสองเดือนแล้วก็ละกัน...ทำใจนอนที่นั่นไม่ลงจริงๆ 
 
 
ใครเคยดูหนังดูละครแล้วเห็นพระเอกนางเอกมาเมืองผู้ดี (เขาเรียกอย่างนี้กันสินะ)  แค่ทำงานพิเศษแล้วได้อยู่บ้านหรูหราสวยๆ กลางเมืองนั่นมันไม่จริงๆๆๆๆ  อยากตะโกนว่ามันมีอยู่แต่ในนิยายยยย (แต่ทุกคนก็คงรู้อยู่แล้วล่ะว่ามันไม่จริง)  ยกเว้นเสียจะรวยหลายสิบหลายร้อยล้านมีเงินใช้จ่ายเหลือเฟือมีกระเป๋าหลุยส์ยี่สิบใบ ช็อปแบรนด์ทีจ่ายไปสองแสนได้ล่ะคงจะมีหวัง ^^; 
 
นักเรียนอังกฤษส่วนมากจะได้อยู่ห้องหอแคบเท่ารูหนู ประตูห่างจากปลายเตียงห้าก้าวเดิน เก้าอี้ชิดขอบเตียงกันทั้งนั้น  ถ้าใช้ห้องน้ำรวมก็อาจจะมีพื้นที่ตรงกลางให้กลิ้งเล่นได้หน่อย  มีแต่คนโชคดีจริงๆ เท่านั้นถึงฟลุคได้ห้องใหญ่กว่าคนอื่นมีทางเดินยาวบ้างอะไรบ้าง  ถึงได้อยู่บ้านก็จะเป็นแฟลตเล็กๆ พอซุกหัวนอนได้เท่านั้น - -;
 
 
 
บ้านที่จขบ.เช่านี้ก็เป็นแฟลตเล็กๆ หลังหนึ่งสามชั้นสามห้องนอน อยู่ใกล้ซูเปอร์มาร์เก็ตและมหาวิทยาลัย
นอกจากโลเคชั่นที่สะดวกก็ไม่มีอะไรถูกใจเท่าไร มาจากความจำเป็นและจวนตัวมากกว่า  เพราะตอนที่หาบ้าน ๓ ห้องนอนราคาพอรับได้กลางเมืองกับเพื่อนอีกสองคนนั้นเราถูกนักเรียนคนอื่นชิงตัดหน้านับครั้งไม่ถ้วนจนกลัวเรากลัวกันว่า เทอมหน้าจะไม่มีบ้านนอนกันจริงๆ  เห็นอะไรพอรับได้ก็เอากันไป
 
 
ประวัติการหาที่อยู่ของเราๆ นั้นคือ สั้นๆ คือหาตั้งแต่กุมภาพันธ์กว่าจะตกลงเซ็นต์สัญญาได้ก็กลางพฤษภาคมก่อนปิดซัมเมอร์  
 
ช่วงแรกกุมภา -มีนาเอเจนซี่แจ้งว่าไม่มีบ้านสามห้องนอนเหลือสักหลังเดียว  
 
ถัดมาพอมีบ้านมาให้เห็นบ้าง  ส่งเมล์ไปขอดูก็ไม่เคยได้ดูสักหลัง มีคนชิงตัดหน้าเอาไปก่อนตลอด  บ้านหลังที่ได้ไปดูตอนต้นพฤษภาคม  ณ วันนั้นก็มี ๘ กลุ่มไปดูพร้อมกัน  Foot in mouth   ตอนอยู่หน้าบ้านสภาพอย่างก๊ะกรุ๊ปทัวร์ลงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมือง ทั้งที่บ้านก็ทั้งเล็กทั้งสกปรกเหมือนรูหนู  คุณเพื่อนที่ไปดูด้วยกันออกมาแล้วยังปวดหัวหายใจแทบไม่ออกเพราะบ้านอับเหลือทน
 
บางอาทิตย์ส่งเมล์ไปขอดูบ้านห้าหลัง ไม่ได้้รับเมล์ตอบกลับสักฉบับเดียว  บางครั้งส่งหลายเมล์ไปหลังจากลงโฆษณา ๑ ชั่วโมง ก็ไม่ได้รับคำตอบ เข้าไปอีกทีสองวันถัดมาบ้านก็หายไปแล้ว  
 
บ้านหลังหนึ่งที่ตกลงใจจะเช่า ขนาดอีเมล์ไปบอกว่าจะเอาตอนเย็นหลังจากดูบ้านไปได้ ๓ ชั่วโมง ก็ปรากฎว่าคนที่มาดูก่อนหน้าเราสิบห้านาทีจ่ายค่ามัดจำเรียบร้อย...
 
 
บ้านหลังนี้ที่เช่ามาได้ก็เพราะดูบ้านเสร็จแล้ว คิดว่าพอใช้ได้ ราคาเช่าโดยรวมถูกกว่าอีกหลังที่กำลังจะไปดูก็นั่งแท็กซี่ไปอ่านและเซ็นต์สัญญากันที่เอเจนซี่เลย  (ต้องจ่ายสองร้อยปอนด์เพื่อระงับโฆษณาอีกต่างหาก โชคดีที่เอเจนซี่คืนให้เพราะไปเซ็นต์กันวันนั้นเลย)

ดูบ้านบ่ายโมงถึงบ่ายโมงสิบห้า สองโมงครึ่งเซ็นต์สัญญาเช่าพร้อมจ่ายค่ามัดจำเสร็จ...บ้าจริงๆ  
 
เงื่อนไขที่รับมาก็เสียจนไม่รู้จะเสียยัง  ต้องเริ่มสัญญาก่อนเข้าอยู่จริงสองเดือน ต้องจ่ายค่าเช่าทั้งหมดล่วงหน้า ๖ เดือน  ค่าเช่าไม่รวมบิลล์ บ้านไม่ตกแต่ง  แม้แต่ตู้เย็นก็ไม่มี
 
 
ทั้งนี้ก็ยอมเพราะคิดว่าพอกลับมาปุ๊บก็จะได้มีที่ซุกหัวนอน ไม่ต้องมาคอยว้าวุ่นว่าจะนอนที่ไหน จะมีบ้านสำหรับเทอมหน้าหรือเปล่า
 
อีกอย่างสภาพก็ใช้ได้ หลังทำความสะอาดแล้วก็น่าจะเป็นที่ๆ ดีที่หนึ่ง มาแต่งๆ หน่อยก็คงเป็นบ้านที่น่าอยู่และอยู่ได้ไปอีกหนึ่งปี
 
 
 
 
สุดท้าย...รับกุญแจมา ลงแท็กซี่หน้าบ้านปุ๊บ...ปัดหยากไย่อยู่หน้ารูกุญแจออก...ไขกุญแจ...เอาเท้าถีบประตูเข้าไป (ประตูฝืดมาก)
 
 
 
 
...
 
 
สภาพที่เห็นเหมือนโกดังโรงงาน
 
 
จดหมายกองเต็มพื้น ฟองน้ำของคนเช่าคนก่อนอยู่บนซิงค์ เปิดน้ำก็อกก็น้ำรั่ว พรมเหมือนไม่ได้ดูดฝุ่นมาสองเดือน  ผนังลอก  ขยะยังอยู่ในถังทั้งสามใบ  เครื่องซักผ้าและตู้เย็นเก่ากองอยู่หลังสวน  ทีวีกองอยู่ตู้ห้องหนึ่ง  เตาอบไม่ได้เช็ด พัดลมดูดอากาศกลายเป็นสีดำ พรมเช็ดเท้าเน่าๆ หนึ่งผืนกองอยู่ที่ประตู  และพรมเองก็ดำเป็นปื้นๆ  ใยแมงมุมเกาะขอบหน้าต่างและมุมห้องทั้งสามชั้น
 
แย่ที่สุดคือกดสวิตช์ไฟแล้วไฟไม่ติด...
 
 
 
 
 
สภาพเหมือนภาพกับรายละเอียดในอีเมล์ที่ได้รับมาจากเพื่อนที่ขอให้เขารับกุญแจมาเช็คสภาพบ้านให้ดูไม่มีผิด (เพื่อนบอกว่าตอนเธอเข้ามา ประตูหน้าต่างก็ไม่ได้ปิด...)  ตอนนั้นคิดว่าเอเจนซี่ยังไม่ได้ทำความสะอาดก็เลยปล่อยๆ ไป  แต่นี่เข้าเดือนกันยายนแล้ว เป็นวันที่เราแจ้งว่าจะมารับกุญแจและย้ายเข้าแล้ว  
 
สภาพนี้คืออะไรกัน???
 
 
 
แน่นอน หงส์โทรไปโวย ว่าไฟไม่ติด ห้องรับแขกมีกลิ่นบุหรี่ (ในสัญญามีหนึ่งข้อห้ามสูบบุหรี่ คนอยู่คนเก่าก็เป็นคนอังกฤษ เป็นผู้ใหญ่ที่มีงานทำแท้ๆ ทำไมถึงซกมกและไม่มีระเบียบขนาดนี้นะ?)  และบ้านสภาพย่ำแย่สิ้นดี   อย่างน้อยก็ช่วยมาติดบานประตูตู้กับข้าวให้สองตู้  และ มาดูไฟให้ด่วนด้วย...
 
 
คนรับโทรศัพท์ (คนเดียวกับคนที่ให้กุญแจนั่นแหละ) ก็ว่า...
 
"เอ๊ะ แปลกจัง ฉันก็ไปดูตอนต้นเดือนกรกฎาคมแล้วนี่นา  สภาพยังสะอาดใช้ได้อยู่เลย  เป็นไปได้ว่าคงจะเป็นเพื่อนของฉีเจินที่มารับกุญแจไปก่อนเป็นคนทำนะ"
 
 
(= =;) 
 
 
ถ้ายืมคำพี่วิชัยคงจะต้องพูดว่า "กล้วยตากซากอ้อยแช่แฟ้บบบบ" สินะ
 
 
โบ้ยกันสุด
 
 
 
แอนเดรีย เพื่อนที่ฉีเจินขอให้มาช่วยมีบ้านสวยๆ อยู่ที่นี่ เธอแค่มาถ่ายรูปให้แล้วก็ออกไป
 
ต่อให้ไม่มีบ้าน ใครทีมีเพื่อนอยู่ใกล้ๆ หรือไม่ได้ถังแตกจะทนอยู่ที่นี่ข้ามคืนทำไมวะคะ?  

รูปที่ถ่ายกับเมล์ที่ส่งมาก็ส่งมาให้เย็นวันที่กลับมาจากตรวจเช็คบ้านทันที  ถ้าเธอจะสร้างความเสียหายขนาดนั้นนี่คงต้องลงทุนทั้งแรงงานและแรงเงินเยอะมาก  ไหนต้องแบกเครื่องซักผ้า ทีวีมาตั้งในห้องเก็บของ สูบบุหรี่อย่างน้อยยี่สิบตัวให้ควันโขมงแล้วทิ้งก้นบุหรี่ไว้ตรงชาน ใช้เตาอบ พังตู้ให้บานหายหรือปิดไม่ได้ทุกบาน ยัดขยะประเภทผ้าห่มและฟูกเข้าไปในถังขยะและตู้ทุกชั้น สร้างคราบในซิงค์และอ่างอาบน้ำ วางพรมเก่าหน้าประตู  ฯลฯ  
 
นี่เธออาจจะต้องจ้างคนมาจัดปาร์ตี้มั่วยากันเลยก็ได้
 
แล้วแอนเดรียจะไปทำอย่างนั้นในหนึ่งวันได้ยังไง??? (ยิ่งไม่ต้องถามว่าแอนเดรียจะทำยังงั้นกับอดีตเมทแสนดีคนก่อนอย่างฉีเจิน และเพื่อนร่วมชั้นเรียนสองคนอย่างเรากับแยมไปเพื่ออะไร)
 
 
ไอ้สภาพอย่างนี้คือมันเป็นมาก่อนที่เธอจะเข้ามาเช็คชัดๆ 
 
 
 
 
ว่าแต่ คุณเจ้าหน้าที่เองก็ว่าเคยเข้ามาตรวจความเรียบร้อยก่อนที่จะเข้ามาแล้วใช่มั้ย แสดงว่าไอ้สภาพที่เป็นอยู่กับที่อยู่ในรูปนี่คือ สภาพหลังทำความสะอาดแล้ว???
 
๘๕ ปอนด์สำหรับค่าทำความสะอาดโดยมืออาชีพหลังย้ายออกนี่คือทำได้แค่เนี๊ยะ?
 
 
ทำไมมาตรฐานความสะอาดประเทศนี้มันถึงได้ต่ำนักนะ???  
 
 
 
 
จะยังไงก็ตาม เอาเป็นว่าหงส์ก็ทนอยู่ในบ้านที่ไม่มีไฟฟ้า นอนถุงนอนบนพื้นที่ไม่ได้ดูดฝุ่นมาสองเดือน มีใยแมงมุมและตัวแมงมุมอยู่ทุกขอบผนัง ไม่มีม่านกั้นกระจกไม่ได้  ก็เลยระเห็จมาเช่าที่พักตั้งแต่เมื่อวาน 
 
ตกบ่ายทีก็จะไปห้องสมุดมหาลัย เริ่มเข้าเว็บหาว่าจะเช่าที่พักถูกๆ ได้ที่ไหนบ้าง ส่งเมล์ไปหาเพื่อนบ้างว่ามีใครอยู่บ้านและพอรับไปอยู่ได้มั้ย เสร็จแล้วก็เดินลากกระเป๋าไปที่พักประมาณครึ่งชั่วโมง  มีชีวิตคล้ายคนเร่รอน -_-;
 
 
 
 
พอถึงวันนี้พอหาย jet lag และมีกำลังขึ้นบ้างก็กลับไปจัดการกองจดหมายหน้าประตูครัวและพบจดหมายหนึ่งฉบับที่จ่าถึงผู้อยู่บ้านหลังนี้มีคีย์เวิร์ดว่า
 
Final Court Notice...Non-payment...electricity & gas...debt
 
ก็ถึงบ้างอ้อว่า ไอ้สภาพบ้านที่กลายเป็นโกดังไร้ไฟฟ้าตอนนี้มันคงไม่เกี่ยวกับเบรกเกอร์หรือระบบไฟอะไร แต่มาจากความชุ่ยของผู้เช่าคนก่อนนี่แหละ  
 
 
 
พรุ่งนี้ก็จะไปรายงานสภาพบ้านพร้อมรูปถ่ายกับเอเจนซี่ และทำความสะอาดบางส่วนเท่าที่ทำได้  (ใจจริงนี่อยากเรียกร้องค่าที่พักที่จ่ายไปด้วย แต่นี่ก็เกินขอบเขตไปสินะ)  หวังว่าไอ้เอเจนซี่นี่เห็นสภาพที่รายงานแล้วก็คงจะช่วยจัดการอะไรได้บ้าง
 
หรืออย่างน้อยไม่จัดการอะไร ไม่ทำความสะอาดใหม่ (ถ้ามันเคยทำจริงๆ ไปแล้วครั้งหนึ่ง)  ก็ช่วยแนะนำวิธีทิ้งขยะอีเล็กโทรนิกที่หนักกว่าน้ำหนักตัวข้าพเจ้าและอนุญาตให้ทาสีประตูใหม่ด้วยเหอะ  
ไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆ
 
 
 
อยู่ที่ครัวครั้งก่อน ยังพอเช็ดครัวทั้งหมดเองได้บ้าง  
แต่นี่บ้านทั้งหลังกับคราบสกปรกทุกซอกมุม...
 
ถ้าทำไม่ไหวจริงๆ ก็คงต้องรอเพื่อนร่วมบ้านกลับมาในอีกสี่วันหรือไม่ก็จ้างคนทำความสะอาดมืออาชีพมาเลยจริงๆ เลยท่าจะดี (คงจะคุ้มกว่าค่า Guest house หรือโฮสเทล -_-;)   ไม่แน่อาจจะต้องจ้างคนทำสวนมารื้อถอนรั้วผุๆ พังๆ ต้นไม้เหี่ยวเฉาและซิงค์ที่กองอยู่ในสวน  พร้อมกับช่างทำความสะอาดหลังคามาแซะรากับกวาดก้นบุหรี่ออกไปจากชานด้วย  
 
เผื่อสภาพของโกดังนั้นจะคล้ายบ้านขึ้นมา
 
 
 
 
มานั่งนึกๆ ดูแล้ว เช่าบ้านที่น่าจะมีสภาพดีขึ้นอย่างพวกราคา ๑,๕๐๐ ปอนด์ต่อเดือนจะคุ้มกว่ากันมั้ยนะ ทั้งราคาและความปวดเฮดที่ต้องเสียโดยรวม??
 
หรือว่าสุดท้ายแล้ว มันก็เหมือนกันหมด??  -_-; 
 
แต่ก็อย่าคิดเลย เพราะยังไงจขบ. ก็คงไม่มีเงินเช่าบ้านที่ไม่ตกแต่งและไม่รวมบิลล์ราคาเดือนละ ๑๕๐๐ ปอนด์ได้ ถึงจะหารค่าเช่ากันสามคนก็เหอะ Tongue out
 
 
 
 
 
สุดท้าย...อย่างที่อัพสเตตัสในเฟซบุ๊คค่ะ
 
ขอให้เพื่อนๆ หรือคนที่หลงเข้ามาอ่าน ถ้าจะไปหรือกำลังไปต่างถิ่น / เรียนต่างประเทศ / ทำงานต่างจังหวัด / เที่ยวเล่นต่างที่ / ย้ายบ้านใหม่  มีโชคกับที่อยู่มากกว่าจขบ. นะคะ ^^;
 
 
 
 
 
ท้ายสุดจริงๆ  ที่อัพเอ็นทรี่นี้ไม่ได้จะบอกว่าประเทศอังกฤษไม่ดี คนอังกฤษห่วยหรืออะไร  เราเองก็เจอเพื่อนคนอังกฤษน่ารักๆ นิสัยดี ที่คอยให้ความช่วยเหลือ มีระเบียบ และใจดีมากๆ หลายคนเหมือนกัน  หลายๆ อย่างของประเทศนี้เช่นสถานที่ท่องเที่ยว การศึกษา สวัสดิการมันก็ดีจริงๆ
 
แต่ว่าในมุมหนึ่ง คนพรรค์ซกมก  สภาพความเป็นอยู่แย่ๆ  ความไร้ระเบียบและความรับผิดชอบ มาตรฐานความสะอาดที่ไม่ได้เรื่องแบบนี้มันก็มีอยู่ในสังคมนี้ด้วยเหมือนกัน ^^; 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

สุขสันต์วันเกิดครับ (ยังทันวันที่ 19 ที่อังกฤษน่า ^^")
.
ขอให้คุณหงส์มีแต่ความสุขสมหวัง
ไม่เจอคน(นิสัย)แปลก ๆ นะครับ
อวยพรแปลก ๆ แต่พออ่านเอนทรีย์นี้แล้ว
ถือเป็นคำอวยพรแล้วกันนะครับ big smile

#3 By DurianGuan ป่วนรัก on 2012-09-19 23:53

โอยย 
อ่านแล้วเหนื่อยใจเลยค่ะ
แต่เจอเรื่องร้ายๆมันจะทำให้เราแกร่งขึ้นนะ กรณีนี้เราว่าเข้าข่ายล่ะค่ะ
อย่าน้อยๆ มองว่าเจอเรื่องวุ่นวายแบบนี้ในชีวิต มันทำให้เราจัดการกับปัญหาเป็นนะ
ยังไงก็พยายามเข้านะคะพี่หงส์ เอาใจช่วยค่ะ

#2 By atom on 2012-09-07 23:03

Hot! Hot! Hot!
อ่านแล้วเหนื่อยใจแทนเลยครับ..
หลายอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิด..
..
และไม่ง่ายที่จะอยู่ต่างบ้านต่างเมืองอันแสนไกลอย่างนี้..
สู้ ๆ นะครับ.. เอาใจช่วยครับbig smile