ในที่สุดก็มาถึงเอ็นทรี่นี้ (ทันวันที่ 18 มิถุนายนอย่างเหลือเชื่อ) 

ครั้งนี้เรื่องเก่าเล่าใหม่ ขอเสนอ 

 

รีเมก อลิศในแดนมหัศจรรย์ 10 เรื่อง

 

10 เรื่องในที่นี้คือเรื่องที่ จขบ. เลือกมาจากราวร่วม 100 เรื่อง

ใน  Work Based on Alice in Wonderland ของวิกิพีเดีย และอีกหลายแหล่งข้อมูล

เรื่องรีเมกที่เลือกมาอาจมีทั้งเรื่องที่ถูกไม่ถูกจริตผู้อ่านบ้างต่างกันไป

เราแค่อยากหยิบบางแง่มุมที่ (เราเห็นว่า) น่าสนใจมาเสนอให้ชมกันบ้างเท่าันั้นเอง

 

 

อนึ่ง 10 ข้อที่เลือกมานำเสนอตามลำดับนี้ ไม่ได้เรียงตามลำดับความชอบหรอกนะคะ

 

 

 

1. Alice in Wonderland (1956)

by Blackman

 

 

รีเมกอลิศในแดนมหัศจรรย์แรกสุดที่เราจะพูดถึงไม่ใช่ นิทาน นิยาย อนิเมชั่น หรือ หนังค่ะ 

แต่เป็น งานศิลปะ

 

ภาพวาดชุดอลิศหน้ามึนในแดนมหัศจรรย์นี้เป็นผลงานของศิลปินชาวออสเตรเลียนาม  Charles Blackman  โดยแบล็คแมนเป็นหนึ่งในศิลปินกลุ่ม Antipodean ซึ่งสนับสนุนการวาดภาพแบบประเภทศิลปะแสดงรูปลักษณ์ (Figurative Art) และ ต่อต้าน Abstract

 

พอทราบข้อมูลคร่าวๆ แบบนี้ก็น่าจะพอทำให้เข้าใจได้ว่า ทำไมอลิศกับกระต่ายขาว ใน ซีรีย์ภาพ Alice in Wonderland 46 ภาพที่โด่งดังนักหนาของเฮียแบล็คแมนถึงได้เป็นทรงเรขาคณิตบูดเบี้ยวแบบนี้

 

ดูแล้วมันช่างให้อารมณ์ต่างกับตอนดูอนิเมชั่นดิสนีย์ หรือ หนังที่เปี่ยมด้วยความเพี้ยนและจินตนาการที่ไม่มีขอบเขตรูปทรง แถมยังจับต้องไม่ได้เหลือเกิน...

 

 

 

 

 

  รสนิยมจขบ. เอนเอียงไปทาง Impressionism และ Abstract เพราะฉะนั้นส่วนตัวแล้วไม่ค่อยปิ๊งกับผลงานมิสเตอร์แบล็คแมนเท่าไร  แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมรับว่าคุณเขาวาดได้สีสดสวยและเป็นรูปธรรมท่าทางจะจับต้องได้จริงๆ 

(โอ้วส์  หูกระตายมันทิ่ม เอ้ย ต้องตา โครงหน้าอลิศมันบาดใจ)

 

 

 

 

 

จากอลิศแห่งวงการศิลปะ เราจะมาดูอลิศในวงการอื่นกันบ้าง

ที่นี้เราจะได้รู้ว่า  หนูน้อยอลิศจะหลงไปเที่ยวเล่นที่ไหนได้บ้างนอกจากแดนมหัศจรรย์

 

 

 

2.  Alice in Quantumland

 by Robert Gilmore

 

 

นอกจาก แดนมหัศจรรย์แล้ว หนูน้อยอลิศยังไปดินแดนแห่งควอนตัมฟิสิกส์กันได้อีกด้วย

 

ในหนังสือฉบับนี้ ผู้เขียนโรเบิร์ต กิลมอร์ จะพาผู้อ่านท่องโลกมหัศจรรย์ที่เล็กกว่าอะตอมผ่านหนูน้อยอลิศ  ณ ดินแดนแห่งนั้น อลิศได้พบกับพระราชาไม่ใส่เสื้อที่คิดว่าเสื้อตัวเองมีอยู่  ได้ร่วมเต้นระบำกับควาร์ก 3 พี่น้องที่งานเต้นรำมวลอนุภาคสวมหน้ากาก (?  Particle MASSquerate)  ได้ย้อนเวลา  รวมทั้งได้รับผลกระทบที่เกิดจากควอนตัม ฯลฯ อีกมากมาย (ที่จขบ. ที่ไม่รู้ฟิสิกส์แปลไม่ออก)

 

แต่ทั้งหมดที่อลิศจะได้เจอในดินแดนควอนตัมนี้  คือ โลกมหัศจรรย์แห่งทฤษฎีทางฟิสิกส์ที่เธอไม่อาจลืม...

 

 

โน้ต

- ควาร์ก (Quark) อนุภาคมวลฐาน 3 ชนิดที่เป็นพื้นฐานของทั้งมวลในจักรวาล
- Masquerade งานเต้นรำสวมหน้ากาก  Particle Mass(querate)  มวลอนุภาค (?)

 

 

  ใครอยากลองไปเที่ยวควอนตัมแลนด์กับอลิศบ้างมั้ยคะ?  จขบ. เห็นหน้าปกลายเส้นฝีมือคุณกิลมอร์แล้วอยากลองไปบ้างจัง   เขาช่างคิดด้ายยยย 

 

 

 

 

3. Alice in Sunderland (2007)

 

 

 

ครั้งนี้อลิศไม่ได้ไปเที่ยวโลกพระอาทิตย์หรืออะไรทั้งสิ้นนะคะ 

 

Alice in Sunderland เป็นนิยายกราฟฟิก (Graphic novel) ของ Bryan Talbot ที่ยกประเด็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง Lewis Carroll ผู้แต่งอลิศในแดนมหัศจรรย์กับดินแดนที่เรียกกันว่า "ซันเดอร์แลนด์" ที่อยู่บริเวณทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ  

เนื้อเรื่องส่วนมากจึงเกี่ยวกับเรื่องเล่า ตำนาน และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

 


   เห็นว่าเรื่องนี้เป็นการประยุกต์ใช้อลิศที่น่าสนใจดีเลยเอามารวมไว้...แต่สงสัยพื้นประวัติคนแต่งกับประวัิติศาสตร์ท้องถิ่นอังกฤษยังไม่ดีพอแน่เลย...ดูตัวอย่างนิยายภาพยังง้ายก็ไม่เข้าใจ

 

 

 

 

ลองดูการรีเมกอลิศแบบแปลกๆ ไปแล้ว 

ครั้งนี้ลองมาดูการ์ตูนเรื่องดังที่มีเวอร์ชั่นอลิศในแดนมหัศจรรย์กับเขาบ้างเหมือนกัน

 

 

 

4. Hello Kitty Alice in Wonderland (2006)

 by Sanrio

 

 

 

 

เคยเห็นสมุดภาพระบายสีเฮลโล คิตตี้  สมุดจดตารางเรียนเฮลโล คิตตี้  เฮลโหล คิตตี้ของขึ้นของแต่ละจังหวัของญี่ปุ่น  ตุ๊กตาเฮลโล คิตตี้สวมหมวกปลา สุนัขจิ้งจอก ตุ้มหูเฮลโล คิตตี้ แฟ้ม ดินสอ ปากกา ยางลบ กล่องดินสอ  ฯลฯ

ถึงกระนั้นก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่า  เฮลโล คิตตี้ ก็จะมีเวอร์ชั่นแดนมหัศจรรย์แบบอลิศกับเขาด้วยเหมือนกัน

อ้อ เรื่องนี้มีเวอร์ชั่นวีซีดีภาษาไทยด้วยชื่อ เฮลโล คิตตี้ ตอน อลิศท่องแดนมหัศจรรย์ สนใจก็ลองหามาชมได้นะคะ น่าจะยังมีขายอยู่

 

โน้ต 

นอกจาก ตอน อลิศท่องแดนมหัศจรรย์แล้ว ยังมี "เฮลโล คิตตี้ เจ้าหญิงนิทรา" และ "กบเกโระปิ ตอน จอมโจรโรบินฮู้ด" ด้วย 

ค่ายนี้มันจะเข้าไปมีเอี่ยวกับทุกอย่างบนโลกใช่มั้ย เสร็จโปรเจ็คนี้แล้วลองรวบรวมสินค้าเฮลโล คิตตี้ดีกว่า 

 

 

 

5. Betty boop in Blunderland (1939)

 

 

เช่นเดียวกับเฮลโล คิตตี้น้อยน่ารัก  สาวเซ็กซี่อย่างเบ็ตตี้ บู๊ปเธอก็อยากท่องแดนมหัศจรรย์กับเขาบ้างเหมือนกัน  แต่คราวนี้เบ็ตตี้ไม่ได้ไปแดนมหัศจรรย์ แต่เธอไปแดนพลาดพลั้งแทนค่ะ

 

  เรื่องนี้สร้างตั้งแต่ปี 1939  โทรทัศน์ยังเป็นขาวดำ  พอจะเข้าถึงข้อมูลรายละเอียดในปัจจุบันเลยหาไม่เจอ  รู้คร่าวๆ แค่ เบ็ตตี้เธอตกลงไปในแดนมหัศจรรย์ในฐานะอลิศเท่านั้นเอง

ใครเคยมีโอกาสได้ดูก็ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยละกันค่ะ

 

 

 

 

6. Carebears Adventure in Wonderland (1987) 

 

 

เบ็ตตี้ บู้ปสุดเซ็กซี่ก็มีบลันเดอร์แลนด์เป็นของตัวเอง  เหล่าหมี Carebears ก็ไม่น้อยหน้ามีวันเดอร์แลนด์เป็นของตัวเองเหมือนกัน

 

เรื่องนี้เริ่มขึ้นที่เช้าสดใสวันหนึ่ง  ลุงกระต่ายของหนูกระต่ายน้อยโผล่ออกมาจากโลกกระจกยังแดนของ Carebears ให้ช่วยตามหาองค์หญิงของราชินีโพธิ์แดงแห่งแดนมหัศจรรย์ที่หายตัวไปก่อนวันขึ้นสืบทอดราชสมบัติ  เหล่า Carebears ผู้ใจดีจึงลงไปยังโลกมนุษย์เพื่อช่วยตามหาโดยมีเพียงรูปภาพองค์หญิงอยู่ใบเดียว 

 

แม้เหล่า Carebears จะหาองค์หญิงที่แท้จริงไม่เจอ แต่ก็เจอ "อลิศ" เด็กผู้หญิงคนหนึ่งขาดความมั่นใจคนหนึ่งที่หน้าเหมือนกับองค์หญิงอย่างกับแกะแทน เหล่าหมีจึงหว่านล้อมอลิศให้ช่วยแสดงตัวเป็นเจ้าหญิงชั่วคราวระหว่างที่พวกเขาช่วยลุงกระต่ายขาวตามหาองค์หญิงที่แท้จริง

 

ณ แดนมหัศจรรย์อลิศได้พบเจอสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดที่ไม่เคยพบเจอ  แสดงตัวเป็นเจ้าหญิงผู้สง่างาม  เผชิญกับความกลัวของตนเองเพื่อทำในสิ่งที่ตนไม่เคยคิดว่าจะทำมาก่อน  ไม่ว่าจะเป็น ขี่ม้าถือถ้วยชาซ้อนกัน 20 ใบ กระโดดข้ามเครื่องกีดขวางพร้อมเล่นโครเกต์ไปพร้อมกัน (งงมั้ย? ไม่งงนะ...)  หรือ  ปีนหน้าผาเพื่อไปตักน้ำบนบริสุทธิ์บนยอดเขา 

 

เมื่อเหล่า Carebears เจอองค์หญิงที่แท้จริง และปราบผู้ร้ายลักพาตัวองค์หญิงเรียบร้อยแล้ว  ทั้งหมดจึงเดินทางกลับบ้าน  และเด็กหญิงอลิศแม้เวลาที่ใช้ไปทั้งหมดในแดนมหัศจรรย์จะเป็นเพียงแค่ 1 วันในโลกมนุษย์  แต่เธอก็ได้เรียนรู้ที่จะเป็นคนเข้มแข็ง สง่างามและอ่อนโยนดังเช่นองค์หญิงตัวจริง

 

 

  ตัวละครใน Carebears เวอร์ชั่นอลิศนี้น่ารักมากๆ  มากกว่าดิสนีย์หลายเท่า...

อย่างทวีดเดิ้ลดัมกับทวีดเดิ้ลดีก็เป็นผู้ช่วยโง่ๆ ของพ่อมดตัวร้ายที่กลัวแมงมุม  ราชินีโพธิ์แดงก็เป็นคุณป้าร่างท้วมใจดี  แมวแชสเชอร์ก็เป็นแมวกวนๆ ที่ชอบร้องเพลง

แต่ตัวที่เราชอบที่สุดคือ แมดแฮตเตอร์ (ผู้ชายจมูกโตๆ ใส่หมวกสีเขียว) ผู้บ้าหมวกได้สมชื่อที่สุดแล้ว...วันๆ ฮีจะไม่ทำอะไรนอกจากวิ่งไปวิ่งมา ร้องเพลงและเปลี่ยนหมวกกว่าร้อยใบสับไปสับมาเรื่อยๆ อยู่ในถ้ำ...เพี้ยนดี

 

"You like hat?  I'm mad about hat!"

 

 

 

 

 

7. White Rabbit  (1967)

by  Jefferson Airplane

 

หัวข้อนี้ไม่มีภาพ&nbs