"ทำยังไงถึงอายุยืน (กว่า) 100 ปี ??"

 

นี่คงเป็นคำถามที่ทุกคนอยากจะถามคุณทวดร่างกายแข็งแรงเพื่อล้วงความลับการอยู่ให้ยืนยาว

 

ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ที่แปลเป็นไทยแบบกำปั้นทุบดินว่า "100 ปี ไชโย!" (100年万歳!) 

ทางช่อง NHK ของญี่ปุ่น จึงให้เวลา 30 นาทีทองบ่ายวันเสาร์กับการถ่ายทอดสารคดีชีวิตคุณทวดทั่วประเทศเพื่อตอบข้อสงสัยนี้

 

และด้วยความบังเอิญปนโชคดี ผู้ชมทางบ้านอายุไม่ถึง 1/4 ศตวรรษอย่างเรา

จึงเปิดไปจ๊ะเอ๋รายการและได้เคล็ดลับการใช้ชีวิตให้ยืนยาวและมีความสุข

มาจากคุณยาย  ไซโต้ คิมิโกะ (斉藤君子)

 

 

 

คุณยายคิมิโกะ เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1909   ปีนี้อายุครบ 100 ปีพอดิบพอดี

ดูจากการใช้ชีวิตบั้นปลายของคุณยายอารมณ์ดีคนนี้แล้ว

น่าจะประมวลเป็นเคล็ด (ไม่) ลับการใช้ชีวิตให้มีสุขและยั่งยืนได้ 5 ข้อดังนี้

 

 

 

 

1. สวดมนต์ เช้า-เย็น  ทำใจให้สงบ

กรณีคุณยายอาจจะเรียกได้ว่าเป็นการทำวัตรเช้า-เย็นกันได้เลยทีเดียว

 

 

 

 

2.  หางานอดิเรกทำสม่ำเสมอ

โรคอัลไซเมอร์ก็ไม่ถามหา 

คุณยายคิมิโกะชอบเขียนหนังบันทึกและคัดลายมือ จะมีสมุดพกติดตัวอยู่เสมอเชียว

 

 

 

 

 

3. ออกไปเดินเล่นชมนกชมไม้นอกบ้านบ่อยๆ 

จิตใจจะปลอดโปร่ง

ถ้าอยู่นอกกรุงจะได้สูดอากาศสดชื่นด้วย

 

 

 

 

4. พบปะสังสรรค์กับผู้คน เช่น เข้าชมรม หรือสมาคม

ไม่นั่งจับเจ่าอยู่แต่ในบ้าน (ฉึก!!)

คุณยายไปเรียนคัดลายมือล่ะ

 

 

 

5. ทานอาหารให้อิ่มและมีความสุขกับการกินอาหาร

คุณยายชอบทานซาลาเปาไส้เนื้อ (肉まん)

บอกว่าทานอาหารจีนนึ่งๆ ต้มๆ อย่างซาลาเปา ผักต้ม แล้วสบายท้องดี

ตอนเช้าเลยทานได้ถึง 2 ลูกเชียวนา

 

 

 

 

 

นอกจากวิธีการใช้ชีวิตที่ดูถูกหลักอนามัยแบบที่ว่าแล้ว

คุณยายยังมีวิธีคิดที่ประทับใจทั้งผู้ผลิตรายการและผู้ชมรายการอีกด้วย

 

วิธีคิดซึ่งเป็นเคล็ด (ไม่) ลับการใช้ชีวิตให้มีความสุขของคุณยายคิมิโกะ คือ...

 

 

 

    มีความสุขกับกิจวัตรประจำวัน

 

ไม่ใช่แค่เพียงหาความสุขจากสิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต 

แต่คุณยายมีความสุขกับสิ่งที่ใช้ชีวิตอยู่

 

คุณยายคิมิโกะบอกว่า คุณยายกล่าวคำขอบคุณอาหารและบันทึกความรู้สึกดีๆ ที่มีต่ออาหารที่เพิ่งทานทุกครั้ง

 

เพราะการได้ทานอาหารดีๆ วันละ 3 ครั้ง 3 มื้อนั้น คือความสุขยิ่ง

 

(ว่าแต่คุณมีความสุขกับการได้ทานอาหารมื้อที่แล้วรึเปล่าคะ? )

 

 

   หาแง่มุมที่ดีจากสิ่งต่างๆ ที่ได้พบเจอ

 

คุณยายคิมิโกะมีสมุดบันทึก 1 เล่มและปากกาหัวพู่กัน 1 ด้ามพกติดตัวไว้เสมอเพื่อจดบันทึกความรู้สึกเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยส่วนมากเป็นความรู้สึกดีๆ 

 

"การบันทึกเรื่องเหล่านี้ก็เหมือนกับการเขียนจดหมายรักนั่นแหละ"  คุณยายว่า

 

ไม่ว่าจะเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างการออกไปชมซากุระนอกบ้านกับทีมงานถ่ายทำสารคดี

(ที่ดูแล้วเป็นการรบกวนอยู่)  

คุณยายก็ยังอมยิ้มอย่างมีความสุขที่มีคนมาเป็นเพื่อน พร้อมทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มว่า

"ไปดูดอกไม้ด้วยกันอีกนะ"  

(花見行こうね。)

 

และถึงแม้คุณยายประสบเหตุการณ์ที่เศร้าที่สุดในชีวิต คือ ลูกสาวคนเดียวที่อยู่ด้วยกันมาตลอด 64 ปี เสียชีวิตกระทันหัน

คุณยายอายุ 99 ปีอาจจะเหงาและเศร้ามากในตอนแรกแต่ก็ทำใจได้ในที่สุด

รวมถึงได้ข้อคิดในชีวิตมาว่า...

 

 

 

ชีวิตคนเราเหมือนดั่งฝันอันไม่จีรัง  เพราะฉะนั้นทุกวันจึงเป็นวันสำคัญ

 

"เด็กคนนั้นใช้ชีวิตทั้งชีวิตตัวเองสอนยายมา"

 

 



   ให้ความสำคัญกับทุกวัน

 

ไม่ใช่ "ทำวันนี้ให้ดีที่สุด" อย่างเคย แต่น่าจะเป็น "ทำวันนี้ให้เป็นวันสำคัญ"

 

เราแค่รู้สึกว่าคำว่า "ดีที่สุด" ให้ความรู้สึกว่าเราต้องพยายามมากมายเหลือเกิน

(ก็วันนี้มันยังไม่ดีที่สุดเลยนี่!!!)

ทั้งที่การมีความสุขกับชีวิตอาจไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายจนอาจกลายเป็นบีบคั้นตัวเองขนาดนั้น 

 

ขอเพียงมองว่าวันทุกวันคือวันสำคัญ ไม่ปล่อยปละละเลยให้ผ่านไปอย่างสูญเปล่า

ก็น่าจะเพียงพอแ้ล้ว

 

 

 

 

ถึงรายการนี้จะเป็นเพียงรายการทีวีสั้นๆ เพียงไม่กี่นาที

อีกทั้งเรายังจับความมาได้ตกหล่นไปบ้าง  ขาดเกินไปบ้าง

 

แต่ภาพคุณยายผิวขาว หลังค่อม ร่างเล็ก ใส่เสื้อไหมพรมสีชมพู มีรอยยิ้มพรายบนใบหน้า

ถือสมุดบันทึกและปากกาหัวพู่กันจดบันทึกความรู้สึกเป็นอนุสติด้วยอักษรญี่ปุ่นแบบแนวดิ่ง 

และเดินทางไปไหนมาไหนด้วยรถจักรยานคนแก่พร้อมหลานชายและเพื่อนบ้านคอยดูแล 

 

ก็ยังคงติดตาอยู่... 

 

 

 

เราอาจจะไม่ได้โชคดี  แข็งแรง มีอายุยืนยาวถึง 100 ปี ในโลกที่สงบอบอุ่นแบบคุณยายคิมิโกะ

 

แต่เราก็ใช้ชีวิตที่ไม่ว่าจะสั้นหรือยาวให้มีคุณค่า มีความสุขและสงบสดใสได้เช่นเดียวกับคุณยาย

ด้วยการ

...หาแง่มุมดีๆ จากสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

...ขอบคุณตัวเองและสิ่งรอบข้างที่เรายังมีชีวิตอยู่และทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างปกติ

และให้ความสำคัญกับวันทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่ดังที่คุณยายวัย 100 ว่าไว้ว่า

 

 

 

 ชีวิตเหมือนดั่งฝันอันไม่จีรัง เพราะฉะนั้นทุกวันจึงเป็นวันสำคัญ

「人生は夢のようにはかない。だから一日一日が大事。」

 

 


 

 

 

ขอขอบคุณ คุณยายไซโต้ คิมิโกะ กับข้อคิดดีๆ ค่ะ

 

ส่วนใครสนใจอ่านบทความสั้นๆ เกี่ยวกับรายการนี้ได้ที่

「書に心を込めて」

http://www.nhk.or.jp/100banzai/file/2009/0425/index.html

 

 

 

สุดท้าย ขอให้ตัวเองและทุกคนมีสติและมีความสุขกับการใช้ชีวิตนะคะ


 

 

Comment

Comment:

Tweet

ตามมากดไลค์ให้ก่อนอิอิHot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#11 By ^ hotaru ^ on 2011-01-26 17:31

ลายมือคุณยายสวยจังเลยconfused smile มันคือชีวิตในยามแก่ที่เราอยากจะเป็นเวลาเราเราแก่แล้วด้วยนะนะ เขียนหนังสือ ออกไปเดินเล่นสูดอากาศ

คนเราจะต้องพยายาม\"ให้ดีที่สุด\"อะไรไปมากมาย
แค่พยายามให้ \"พอดี\" และคิดว่า วันทุกวันเรามีความสุข
สบายใจของเราก็พอ

อืมอ่านของหงส์แล้วเรามีกำลังใจอะไรขึ้นมากอีกเพียบเลยล่ะ big smile

#10 By hotaru (124.122.176.161) on 2011-01-26 17:27

อ่านแล้วทำให้มีความสุขไปด้วยคะ เมื่อก่อนไม่เคยให้ความสำคัญกับปัจจุบันเลย คิดถึงแต่อนาคต ไม่ใส่ใจคนรอบข้าง ทำให้ชีวิตหมดความสุข ตอนนี้กลับมาอยู่กับปัจจุบันแล้ว ชีวิตจึงมีความสุขconfused smile

#9 By จริงใจ on 2009-06-10 20:54

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์นะคะ surprised smile

หลายคอมเมนต์บอกว่าอ่านแล้วรู้สึกสบายใจดี
ไว้หาเรื่องแบบนี้มาเขียนบ่อยๆ ดีกว่าเนอะ

ยังไงก็ขอให้มีความสุขกับชีวิตน้าา big smile

#8 By Hong on 2009-05-17 19:08

Hot!

ชีวิตคุณยายดูสงบ มีความสุขดีจัง
ไม่แปลกใจที่คุณยายอายุยืนค่ะ

#7 By atom on 2009-05-13 16:48

ไม่แปลกใจเลยที่คุณยายทำไมอายุยืน
confused smile Hot!

#6 By C-C on 2009-05-13 15:56

ขอให้คุณยายมีความสุขนะครับ

ผมว่าการกินอาหารนี่แหละสำคัญ
แต่เหนื่อสิ่งอื่นใดนั้น อาจเป็นการมองแง่งามในชีวิต

เรามองชีวิตว่าสวยงาม เราก็อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป
ใช่....ในทางกลับกันถ้าเรามองว่าโลกนี้ไม่น่าอยู่เอาเสียเลย
ร่างกายก็คงไม่อยากอยู่ต่อเช่นกัน




สิ่งที่น่าคิดคือเหตุใดประเทศญี่ปุ่นที่มีสถิติคนเครียดและไม่มีความสุขเข้าขั้นท๊อปๆ

ถึงมีคนอายุเกินร้อยปรากฏตัวมาให้เห็นทุกปี

หรือแท้จริงแล้วคนที่สร้างความเครียดให้ชีวิต
ไม่ใช่เศรษฐกิจ การเมือง หรือวัตถุนิยม
แต่เป็นตัวตนของแต่ละคนที่เลือกจะมองเอง?


ไม่รู้จะแนะนำยังไงให้คนอื่นได้อ่าน แต่.....ผมขอโหวตหนึ่งเสียงHot!

#5 By เซี่ยหมิง on 2009-05-13 08:58

ชีวิตเหมือนดั่งฝันอันไม่จีรัง เพราะฉะนั้นทุกวันจึงเป็นวันสำคัญ
「人生は夢のようにはかない。だから一日一日が大事。」

คุณยายเท่จัง 555+
อ่านแล้วรู้สึกดี...

#4 By @ P.M. on 2009-05-12 23:58

มีเฉพาะเรื่องของกินมั้งที่ทำบ่อยๆquestion

อ่านแล้วรู้สึกสบายใจดีจังเลย

#3 By Zodiac.L. on 2009-05-12 21:42

จ้า..จะพยายามนะ

#2 By =::Kr@taiR::= on 2009-05-12 20:08

น้ำตาแทบไหลพรากๆด้วยความซาบซึ้งในอารมณ์
มีปรัชญาชีวิตมากมาย มันก็ลงเอยแค่ ความสุขในชีวิต นี่เองเนอะ

แต่ก่อนเราจะคิดแค่ "มีชีวิตกับวันนี้"
แต่ต่อจากนี้ไปคงต้องลองเปลี่ยนแล้ว
ถ้าทำวันนี้ให้เป็นวันสำคัญ
มันก็คงไม่เลวทีเดียว big smile

Hot! Hot! Hot!

#1 By maebin on 2009-05-12 20:03